วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561

คำคมสอนใจ แง่คิดชีวิตดีๆ คติสอนการใช้ชีวิต

  จงใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันแและตามความคิด สติเราให้ทัน และหากเมื่อไหร่ก็ตามที่ใจเราไม่อยู่กับตัว
  ให้ตั้งสติและอ่านคติธรรม ข้างล่างนี้เพื่อเก็บเอาไว้เป็นข้อคิดเอาไว้เตือนสติตัวเรา


คำคมสอนการใช้ชีวิตภาษาอังกฤษ:

When thinking about life, remember this: No amount of guilt can solve the past and no amount of anxiety can change the future.
-Unknown 




วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ข้อคิด คำคม คติบททดสอบชีวิต

ชีวิตมันไม่ใช่อะไรที่ราบเรียบเสมอไป บางครั้งอาจจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม หรือบางครั้งก็เต็มไปด้วยหงาดเหงื่อ
และคราบน้ำตา จงจำไว้ว่าไม่มีใครที่ไม่เคยร้องไห้ และทุกครั้งที่เรารู้สึกท้อแท้กับชีวิต จงท่องคำคมบทนี้ให้ขึ้นใจ

คำคมบททดสอบชีวิตภาษาอังกฤษ

I think you need to go through some stuff to really appreciate life and understand what it means to persevere, overcome and have faith. I think those tough times make you a stronger person. 
-Judith Hill


วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ในวันที่ชีวิตต้องเจอกับวิกฤต เธอเลือกที่จะสร้างมันให้เป็นโอกาส


เรามักจะยึดติดกับความเคยชินเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราปลอดภัย สะดวกสบาย หรือสบายใจไม่ว่าจะเป็นความเคยชินในการใช้ชีวิตอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับสมาชิกในครอบครัวเรา หรือถ้าคนโสดอาจจะเคยชินกับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมห้องเช่า หรือบ้านเช่ากับเพื่อน ในด้านการงานเราก็มักจะยึดติดกับความเคยชินกับตัวงาน เนื้องาน สถานที่ หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และอื่นๆ ความเคยชินนี้มันทำให้เรายึดติดจนลืมนึกถึงมันไปว่าสิ่งต่างๆในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืน เราจะมารู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อมันเกิดเหตุการณ์ทีทำให้เกิดการเปล่ียนแปลง หรือมีผลกระทบต่อชีวิตเรา

แอนเธอแต่งงานมาได้ยี่สิบสามปี จนกระทั่งวันหนึ่งเธอจับได้ว่าสามีของเธอมีชู้ สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือสามีของเธอเลือกผู้หญิงคนใหม่ เขาขอหย่าจากเธอ แอนทำอะไรไม่ถูกเธอรู้สึกเหมือนชีวิตของเธอพังทลายเพราะว่า
ในชีวิตของเธอมีแต่สามีของเธอคนเดียวที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ แอนแต่งงานตั้งแต่เธออายุ22ปีซึ่งขณะนั้นเธอก็ยังเพิ่งเรียนจบและก็ไม่เคยได้ทำงาน เพราะว่าสามีของเธอให้เธออยู่บ้าน ดูแลบ้าน ดูแลลูก
ซึ่งลูกชายคนเดียวของเธอก็โตแล้ว เขากำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย นานๆทีถึงจะกลับบ้านเพราะว่าเขาพักอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย  เธออายุ45ปี ไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานมาเลยในชีวิต การที่เธอต้องมาตกอยู่ใสภาพนี้เป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัสมากสำหรับเธอ

จากวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์เป็นเดือน และจากเดือนเป็นปี แอนค่อยๆปรับตัวและในที่สุดก็ยอมรับความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น เธอค้นพบว่าเธอเหมือนมีชีวิตใหม่ และเป็นชีวิตทีน่าตื่นเต้น น่าค้นหา เธอได้งานทำ
มีเพื่อนใหม่ มีสังคมการทำงานซึ่งเธอไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตของเธอ เธอเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศทุกครั้งที่เธอมีโอกาส และสิ่งที่มันดีที่สุดสำหรับเธอก็คือการที่เธอได้รู้จักตัวเธอเอง การที่เธอได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมันทำให้เธอได้ค้นพบสิ่งที่เป็นความชอบ ความหลงไหล เธอค้นพบว่าเธอชอบการเขียนหนังสือ เธอเริ่มจากการโพสต์เรื่องราวของเธอลงในเวปไซด์ ซึ่งสิ่งที่เธอเขียนมันเป็นการเขียนจากความรู้สึก
จากก้นบึ้งของหัวใจเธอ มันส่งผลให้มีคนติดตามอ่านโพสต์ของเธอมากมาย จนในที่สุดสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง
ได้ติดต่อให้เธอมาร่วมงาน ตอนนี้แอนกลายเป็นคอลัมนิสต์ของนิตยสารชื่อดังแห่งหนึ่ง และเธอเองก็ยังมี
บลอกส่วนตัวของเธอ ที่เขียนบอกเล่าเรื่องราวที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่าน นอกจากนี้เธอยังเป็นนักพูดที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ หลังจากภาวะวิกฤตมันทำให้เธอค้นพบว่าการได้ช่วยสร้างกำลังใจให้ผู้ที่กำลังอยู่ในความทุกข์มันช่วยทำให้ชีวิตของเธอมีค่ามีความหมาย

ไม่มีใครที่อยากจะเจอกับอุปสรรคในชีวิต แต่ชีวิตมันไม่ได้ราบเรียบเสมอไป แต่หากเราเรียนรู้ที่จะพลิกวิกฤต
ให้เป็นโอกาส ด้วยการเปลียนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมองต่อโลกใหม่ เรียนรู้ที่จะยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงแล้วก็
เปิดโอกาสให้ตัวเองกับโอกาสใหม่ๆ ชีวิตมันก็เหมือนกับหนังสือที่เราอ่าน บางบทอาจสุข บางตอนเศร้า บางตอนตื่นเต้น แต่ถ้าเราไม่ยอมพลิกไปอ่านหน้าใหม่ ตอนใหม่เราก็ไม่มีทางที่จะรู้ว่า บทต่อไปมันมีอะไรให้เราค้นหา บางทีเรื่องราวในบทใหม่ ตอนใหม่อาจจะมีเรื่องราวที่มีความสุข ความตื่นเต้น ความสนุกสนานมากกว่าตอนเก่าก็ได้

คำคมชีวิตภาษาอังกฤษ

"Life is like a book, some chapters are sad, some happy and some exciting. If you never turn the page, you will never know what the next chapter holds. 
-Unknown




วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ในวันที่ฉันพร้อมที่จะเผชิญกับความเจ็บปวด

เราทุกคนต่างก็มีเรื่องราวในอดีตกันทั้งนั้น มีทั้งเรื่องราวที่มีความสุขและเรื่องราวทีเจ็บปวด

ตัวฉันเองก็เช่นกันฉันก็เคยผ่านเรื่องราวเหล่านี้มามากมาย

ซึ่งมีหลายๆครั้งฉันอดที่จะหวนคิดไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมาไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องราวที่ฉันเคยเจ็บปวดรวดร้าว

ฉันเคยเป็นเหมือนเนื้อเพลงนี้เลย

"หากจะตายก็ตายไปแล้ว
เจ็บอีกทีจะสักเท่าไร เท่าไร
ใจมันเจ็บมาแล้วกี่ครั้ง
จะช้ำแค่ไหนไม่เห็นมันตายสักที
หนักกว่าเธอก็เจอมาแล้ว
แต่ก็ทนมาได้ทุกที ทุกที
ใจมันแกร่งและพร้อมจะรับ
คราวนี้ ฉันคงไม่ตาย
ใจมันแกร่งและพร้อมจะรับ
คราวนี้ ฉันคงไม่ตาย"


ใช่ตัวฉันเคยเป็นแบบเนื้อเพลงนี้จริงๆ ฉันปล่อยให้ตัวเอง เจ็บแล้วเจ็บอีกกับผู้ชายคนเดิมๆ
ฉันปล่อยให้เขาทำร้ายจิตใจฉันครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อฉันรู้สึกเศร้ามากๆ
ฉันจะทำให้ตัวเองหายเศร้าด้วยการพยายามเบี่ยงเบนความรู้สึกที่ตัวเองเป็นอยู่ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ทำโอที
กระะหน่ำกิน กระหน่ำเที่ยว กระหน่ำชอบปิ้ง กระหน่ำออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งเมาหัวราน้ำ
ฉันไม่คิดที่จะยอมรับกับความเจ็บปวดแต่ฉันเลือกที่จะเพิกเฉย และเบี่ยงเบนความรู้สึกเหล่านั้น
ด้วยการทำกิจกรรมดังที่กล่าวมา
ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องเพราะว่าการที่ฉันไม่ยอมเผชิญกับความเจ็บปวดแต่เลือกที่จะเพิกเฉย
และเบี่ยงเบนความรู้สึก มันไม่ได้ช่วยให้ความเจ็บปวดเหล่านั้นหายหรือทุเลา
มันแค่ช่วยให้ฉันหายเจ็บเพียงช่วงครู่แต่จริงๆแลวความจ็บปวดนั้นมันยังคงฝังอยู่ลึกๆในใจนั่นแหละ


จากวันนั้นถึงวันนี้มันทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า การที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญ
กับความเจ็บปวดในชีวิต
ไม่ด้านไดก็ด้านหนึ่ง เรามักจะไม่ค่อยสมหวังในสิ่งที่เราคาดหวัง
บางครั้งเราอาจจะต้องพบกับความสูญเสียสิ่งที่เรารัก
เราเลือกได้ที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องจมอยู่กับความเจ็บปวด ความทุกข์ที่เกิดขึ้น
ด้วยการเลือกที่จะเผชิญหน้าและยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นว่ามันทำให้เราเจ็บมันทำให้เราทุกข์
และเมื่อยอมรับกับมันแล้วเราก็ต้องปล่อยมันไป เราต้องไม่ปล่อยใจเราให้จมปลักและคิดถึงมันในทางที่แย่
ราต้องเลือกคิดที่จะให้ความเจ็บปวดเหล่านี้ช่วยสอนบทเรียนอันล้ำค่าให้แก่ชีวิตเรา ไม่ใช่เลือกที่จะให้มันทำลายเรา


เราสามารถเลือกที่จะเฝ้าระวังความคิดของเราไม่ให้ติดกับดักเดิมๆ  
การที่เราคิดถึงแต่สิ่งเดิมๆมันก็เหมือนเราเปิดเพลงเดิมซ้ำไปซ้ำมา เราต้องรู้จักที่จะปล่อยมันไป
แล้วก็เริ่มต้นใหม่ การพาตัวเราเองออกจากกับดักความคิดแย่ๆนี้มีวิธีการหนึ่งที่จะช่วยเราได้ดีก็คือ
การนั่งสมาธิหากนั่งไม่ได้ก็ใช้การเดินจงกรม หรือไม่ก็นั่งเฉยๆในบรรยากาศที่เงียบสงบมากพอ
ด้วยการตั้งสติเพ่งไปที่ลมหายใจเข้าออก หากเมื่อไหร่ที่ใจเราวอกแวกคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาก็ให้สังเกตุความคิด
แล้วตั้งชื่อให้กับมัน เช่นถ้าเราฟุ้งซ่านก็ตั้งชื่อมันว่า ฟุ้งซ่านหนอ หากเราคิดว่าเราเจ็บก็ เจ็บหนอๆ
เฝ้าระวังความคิดของเราไปเรื่อยๆแล้วมองความคิดที่แวบเข้ามา แล้วตั้งชื่อให้มัน มองมันในแบบที่มันเป็น
แล้วก็ดึงสติกลับมาเพ่งที่ลมหายใจเข้าออกทำแบบนี้ไปเรื่อยๆให้เคยชิน
แล้วเราก็จะค้นพบว่ามันก็แค่ความรู้สึกแค่นั้นเอง
สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด เมื่อเรามีสติเราก็จะเกิดปัญญาสองสิ่งนี้จะช่วยทำให้เราเปลี่ยนมุมมอง
ต่อโลกใหม่ และมันก็จะช่วยทำให้เราตระหนักได้ว่า เราสามารถปล่อยมันออกไป ปล่อยความเจ็บให้มันออกไป
แค่ปล่อยมันไปอย่าแบกรับ
สามขั้นตอนการรับมือกับความเจ็บปวด
1.ปล่อยให้มันมาเยือนเราตามที่มันอยากจะมา
2.ให้มันสอนบทเรียนชีวิตแก่เรา
3.อย่าปล่อยให้มันอยู่กับเรานาน


คำคม : เราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดในชีวิตได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะรับมือกับมันได้

คำคมสอนคนภาษาอังกฤษ
Pain is inevitable. Suffering is optional.
-Unknown



วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ข้อคิดเตือนใจในการใช้ชีวิต

บางครั้งเราอาจต้องปลีกตัวเองออกมา จากโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ สับสนวุ่นวาย
ใช้เวลาอยู่กับตัวเราเอง ให้เวลากับตัวเองได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่อยู่ข้างหน้าเรา
ปลอดปล่อยจิตที่ฟุ้งซ่านให้เป็นอิสระ ด้วยการชื่มชมสิ่งที่เราเห็น ได้ยิน
อาจจะเป็นเสียงน้ำไหล คลื่นทะเล เสียงร้องของนก เสียงลมพัดไหว
การทำแบบนี้เป็นการทำให้เราได้อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับทุกเสี้ยววินาทีของชีวิตเรา
เราจะสัมผัสกับทุกช่วงเวลาของชีวิตโดยที่ไม่ปล่อยให้มันผ่านเราไป
การที่เราฝึกให้ใจอยู่กับตัวเราเอง มันจะช่วยให้เราได้มองเห็นความงดงามของโลก
ช่วยทำให้เรารู้สึกขอบคุณที่เราได้เกิดมามีชีวิตอยู่บนโลกที่สวยงามใบนี้
ซึ่งบางครั้งความรีบเร่งในชีวิตทำให้เรามองข้ามที่จะชื่นชมสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิตเหล่านี้ไป
คำคม: จงมีความสุขกับชีวิตช่วงนี้ ขณะนี้เพราะว่าช่วงเวลานี้มันคือชีวิตของคุณ

คำคมภาษาอังกฤษสั้นๆโดนๆ

"Be happy for this moment. This moment is your life. "

-Omar Khayyam


วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เป้าหมายชีวิตมันคืออะไรกันแน่?

คุณเคยเป็นไหมความรู้สึกที่ว่าชีวิตของคุณมันยังขาดอะไรบางอย่างไป?
คุณอยากจะทำบางสิ่งบางอย่างในชีวิต เช่นทำสิ่งที่จะช่วยเปลี่ยนโลกใบนี้ให้มันดีขึ้น
หรืออย่างน้อยอยากจะทำบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้ชื่อของคุณจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ว่า
คุณก็เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่มีบทบาทในสังคมหรือคุณอยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
ในด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งมันจะทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตของคุณมีคุณค่ามีความหมาย
แต่คุณก็หาคำตอบไม่ได้ว่าตัวคุณต้องการทำอะไร?
เราก็เข้าใจความรู้สึกนี้ได้เป็นอย่างดีเพราะว่าตัวเราเองก็เคยประสบกับเหตุการณ์แบบนี้
เราก็ทำงานประจำมาหลายปี เวลาที่เราเบื่อกับงานมากๆ สิ่งที่เราทำได้ก็คือแค่ลาออก
แล้วพักสักเดือนสองเดือนแล้วก็ต้องออกไปหางานใหม่ทำ มันก็จะวนไปวนมาแบบนี้
เพราะว่าเราไม่รู้ว่าจะทำอะไร? เราเฝ้าตามตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่านี่มันใช่ชีวิตที่เราต้องการไหม?

แล้วอะไรคือสิ่งที่เราต้องการ? อะไรมันคือเป้าหมายในชีวิตของเรากันแน่?

ทำไมเราถึงรู้สึกว่าชีวิตเรามันยังขาดหายอะไรบางสิ่งบางอย่างไป?
ทำยังไงเราถึงจะค้นพบสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันขาดไปนั้นเจอ?
ทำยังไงเราถึงจะรู้ว่าเราต้องการอะไรในชีวิต?
เราไม่รู้ว่าเป้าหมายในชีวิตเรามันคืออะไรแต่ที่เรารู้แน่ๆก็คือ
สิ่งที่เราทำอยู่มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ทุกเช้าที่เราตื่นขึ้นมาเราจะถามคำถามกับตัวเองว่า
เรามาทำอะไรที่นี่ ทำไมเราถึงยังอยู่ตรงนี้เมื่อมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ
จนกระทั่งวันหนึ่งเราคิดหาคำตอบให้ตัวเราเองเจอ เราค้นพบว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่
เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร แต่มันเป็นเพราะว่า
วิธีการคิดของเราที่ไปยึดติดแค่ว่า เป้าหมายชีวิตมันต้องมีแค่สิ่งเดียวเท่านั้น
จริงๆแล้วเป้าหมายชีวิตของเราสามารถมีได้หลายอย่างแล้วมันยังสามารถเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ
และการที่เราจะหาเป้าหมายชีวิตได้เจอนั้น มันต้องเริ่มมาจากความชอบความรักที่จะทำสิ่งต่างๆ
แล้วก็ลงมือทำ การที่เราเอาแต่นั่งคิดถึงเป้าหมายชีวิตอย่างเดียวมันไม่ช่วยให้เรารู้คำตอบ
แต่เราต้องลงมือทำ เช่นตัวเราเอง เรารู้ว่าความชอบของเราคือ เราอยากเป็นบลอกเกอร์
อยากเป็นนักเขียนนิยาย อยากเป็นทำแบร์นด์เสืื้อผ้า กระเป๋า สามอย่างนี้คือสิ่งที่เรารักเราชอบ
แต่ตอนนี้สิ่งที่เป็นไปได้คือทำบลอกเป็นบลอกเกอร์อย่างที่เราเขียนให้คุณอ่านอยู่ตอนนี้
ความฝันนี้เรานอนกอดมานานแล้วแต่เพิ่งจะได้ลงมือทำก็ต่อเมื่อความคิดเราตกผลึก
รามัวแต่ติดกับดักความคิดที่ว่าเป้าหมายชีวิตมันต้องมีหนึ่งอย่างตายตัวมานานหลายปี
พอเราคิดได้ว่าเป้าหมายชีวิตต้องเริ่มมาจากความชอบความรักในสิ่งนั้นๆ
ซึ่งมันไม่จำเป็นว่าจะต้องมีแค่สิ่งเดียว แล้วก็เริ่มลงมือทำในสิ่งที่มันเป็นไปได้ก่อน
เราเริ่มลงมือทำบลอกก่อนเพราะว่าตอนนี้เราก็ยังทำงานประจำ
การเขียนบลอกสามารถทำได้ช่วงวันหยุดและก่อน
หลังเวลาทำงานของเราซึ่งมันเป็นไปได้ เรารู้สึกว่าตอนนี้ชีวิตเรามีเป้าหมายแล้ว
อย่างน้อยเราก็ได้ทำในสิ่งที่เรารักทุกวัน  เราอยากอยากให้คุณลองทำตามขั้นตอนนี้ดู
ริ่มต้นค้นหาคำตอบด้วยการถามใจคุณว่าอะไรคือสิ่งที่คุณรัก ชอบ
จากนั้นเริ่มลงมือทำในสิ่งที่คุณรัก พอคุณได้ลงมือทำในสิ่งที่คุณรัก
มันก็จะเกิดแรงบันดาลใจ เป้าหมายชีวิตไม่จำเป็นต้องมีแค่หนึ่ง
รามักจะติดกับดักกันที่ว่าเป้าหมายในชีวิตจะต้องมีแค่หนึ่งเท่านั้นจริงๆแล้วมันไม่ใช่
เราต้องเริ่มคิดใหม่ด้วยการคิดถึงสิ่งที่เรารัก เราหลงไหลใฝ่ฝัน
ซึ่งคุณอาจจะมีหลายสิ่งเช่น คุณอยากจะเป็นนักเขียนนิยาย
คุณอยากจะเป็นบลอกเกอร์แฟชั่น คุณอยากจะขายเสื้อผ้าออนไลน์
พอคุณรู้ในสิ่งที่คุณรักที่จะทำแล้วคุณก็เริ่มลงมือทำมันเลย
อาจจะเริ่มทำพร้อมกันทีเดียวหรือเริ่มทำมันทีละอย่าง
การที่คุณได้เริ่มลงมือทำในสิ่งที่คุณรักนั่นคือชีวิตของคุณมีเป้าหมาย
คุณได้ทำในสิ่งที่คุณรักมันทำให้คุณมีความสุข


มันก็จะส่งผลให้ชีวิตคุณดูมีคุณค่า เพราะว่าตอนนี้คุณรู้แล้วว่าคุณต้องการอะไร
และบางทีในอีกห้าหกปีข้างหน้าเป้าหมายชีวิต-ของคุณก็อาจจะเปลียนเป็นอย่างอื่นแต่ตอนนี้
ณขณะนี้คุณได้ใช้ชีวิตในรูปแบบที่คุณรักแล้ว
คุณมีเป้าหมายคุณไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างล่องลอยไร้ความหมาย
ความรู้สึกที่ว่าอะไรบางสิ่งบางอย่างมันขาดหายไปตอนนี้ไม่มีแล้ว
เพราะว่าเป้าหมายชีวิตของคุณถูกเติมเต็มด้วการที่คุณได้ทำในสิ่งที่คุณรัก
สรุป ได้ดังนี้
ความรัก ความชอบในสิ่งที่ทำ+ การลงมือทำในสิ่งที่รักทุกวัน = เป้าหมายในชีวิต
เป้าหมายในชีวิตของเราจริงๆคือการได้ใช้ชีวิตอยู่ในทุกเสี้ยววินาทีของแต่ละวันอย่างคุ้มค่า
การใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน การทำในสิ่งที่เรารักจะช่วยเติมเต็มชีวิตของเรา
ช่วยทำให้ชีวิตมีเป้าหมาย

และที่สำคัญอย่าลืมสนุกกับชีวิตทีมีเป้าหมายของคุณด้วยนะคะ

คำคมชีวิตต้องมีเป้าหมายภาษาอังกฤษ
It’s not enough to have lived.
We should be determined to live for something.
-Winston S. Churchill


คำคมเราต้องภูมิใจในตัวเรา

สวัสดีค่ะ 🙏 เพื่อนๆ ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาอย่าลื มที่จะให้ ความรัก ให้กำลังใจตัวเองด้วยความเช ื่อมั่นในตัวเรา ถึงแม้ว่าบางทีคนอื่นหรือคน ใ...